เรียนภาษาที่ออสเตรเลีย

622463_415944218443531_2113094947_o STA_1737 550976_412164612154825_296214931_n 557411_412520395452580_767340871_n IMG_0940 IMG_0999 IMG_0908 IMG_0934 IMG_0893 IMG_0863 20121001_143927 IMG_0811 IMG_2637 IMG_1050การเตรียมตัวก่อนมาเรียนต่อเมืองนอกมีสิ่งที่ควรทำดังนี้

01ปรึกษาเอเจนต์ ก่อนเราจะซื้อของเราก็ควรที่จะสำรวจหลายๆที่ว่าสินค้าของเค้าเป็นยังไง บริการดีไหม ราคาถูกใจไหม การจะมาเรียนต่อเมืองนอกก็เช่นกัน เราควรจะไปคุยกับเอเจนต์นักเรียนหลายๆที่ อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่าปกติการจะมาเรียนเมืองนอกต้องทำอะไรบ้าง จากที่ไม่รู้ว่าจะถามเอเจนต์อะไรเลย จะเริ่มมีคำถามตามมาว่าถ้าอย่างโน้น ถ้าอย่างนี้ จะเริ่มเข้าใจขั้นตอนและกระบวนการมากขึ้น และจะเริ่มคุ้นเคยกับชื่อคอร์สชื่อโรงเรียนและชื่อสถานที่มากขึ้น แต่ละเอเจนต์จะมีความสัมพันธ์อันดีกับโรงเรียนต่างๆกัน ดังนั้นเค้าจะแนะนำโรงเรียนและคอร์สในราคาแตกต่างกันให้เราได้เลือก และไม่ต้องกังวล หากเราจะเดินเข้าเดินออกหลายๆเอเจนต์เพื่อสอบถามข้อมูลแม้ว่าสุดท้ายเราไม่ได้เลือกใช้บริการพวกเค้าก็ตาม เค้ายินดีให้บริการเสมอ

02หลังจากพูดคุยกับเอเจนต์มาบ้างแล้ว อย่างน้อยๆก็ควรได้ข้อมูลแล้วบ้างล่ะว่าค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งเราต้องเตรียมให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัญชีเงินฝากธนาคารที่ต้องนำไปแสดงให้ทางสถานทูตเห็นว่าเรามีทุนทรัพย์เพียงพอใช้ระหว่างการศึกษา ทางเอเจนต์จะแนะนำได้ว่าจะต้องมีเงินในธนาคารประมาณเท่าไหร่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการศึกษาของเรา ยิ่งเรียนนานยิ่งต้องใช้เยอะ โดยคำนวณจากค่ากินอยู่จิปาถะ

03เลือกหลักสูตรและสถานที่เรียน จากรายละเอียดที่ได้มาจากเอเจนต์และการค้นหาทางอินเตอร์เน็ต เช่นเว็บไซต์ Study in Australia

04เรียนภาษาเพิ่มเติมถ้าต้องการเพราะส่วนใหญ่นักเรียนไทยที่มาเรียนต่อที่ออสเตรเลียมักจะมาเริ่มต้นจากการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษก่อนเพื่อปรับพื้นฐาน ซึ่งหลักสูตรภาษาอังกฤษที่นี่จะค่อนข้างแพง หากต้องการประหยัดเงิน แนะนำให้ไปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มทักษะก่อนการเดินทาง จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้นในการเดินทางมาต่างประเทศและอาจไม่ต้องใช้เวลาเรียนภาษาที่ออสเตรเลียนานๆ

05เตรียมเอกสารเพื่อสมัครเรียน เอกสารที่ต้องใช้ เช่น

  • ใบสมัครเรียนสถาบันการศึกษาที่เลือก
  • ผลการเรียนหลักสูตรสูงสุดที่จบเป็นภาษาอังกฤษ
  • ผลการสอบ IELTS ถ้าสถาบันการศึกษานั้นต้องการ
  • Resume
  • Letter of purpose จดหมายอธิบายว่าทำไมเราถึงอยากเรียนหลักสูตรนี้
  • หนังสือรับรองจากอาจารย์
  • ใบรับรองการทำงาน (บางหลักสูตรต้องการประสบการณ์การทำงานด้วย)
  • รูปถ่าย
  • สำเนาพาสปอร์ต

06เตรียมเอกสารเพื่อขอวีซ่านักเรียน

  • ฟอร์มคำร้องขอวีซ่านักเรียน (ชั่วคราว)157A
  • หนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน และสำเนาหน้าที่เป็นรายละเอียด
  • รูปถ่ายขนาด 1-2 นิ้ว
  • เอกสารการศึกษา ใบประกาศนียบัตร และผลการศึกษาต่างๆ พร้อมสำเนา
  • บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน หากผู้สมัครไม่ใช่เจ้าของบัญชี เตรียมเอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครกับผู้ที่ให้การสนับสนุนทุนทรัพย์ด้วย เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชนของผู้สนับสนุน และจดหมายอธิบายถึงความสัมพันธ์ที่ระบุว่าผู้สนับสนุนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • หลักฐานของผู้สนับสนุน เช่น จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท หรือบัตรพนักงาน หากผู้สนับสนุนประกอบธุรกิจส่วนตัวให้นำหลักฐานใบจดทะเบียนการค้า และบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีมาประกอบใบสมัครด้วย
  • ทะเบียนบ้านตัวจริงและสำเนา
  • ถ้าผู้สมัครเคยทำงานมาก่อน แนบจดหมายรับรองการทำงานไปด้วย
  • ใบตอบรับจากโรงเรียนที่เราจะไปเรียน เรียกว่า COE (Confirmation of Enrollment) ซึ่งทางโรงเรียนจะออกให้หลังจากที่เราได้สมัครเรียนและจ่ายเงินค่าเรียนไปเรียบร้อยแล้ว
  • ผลการตรวจสุขภาพ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะส่งให้ทางสถานทูตโดยตรง

07การตรวจสุขภาพ จะต้องไปตรวจตามโรงพยาบาลที่สถานทูตกำหนดเท่านั้น (รายชื่อโรงพยาบาล) ปกติจะตรวจร่างกายเช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดสายตา ตรวจปัสสาวะ และเอ็กซ์เรย์ปอด หากมีปัญหาสุขภาพอาจต้องตรวจเลือดด้วย

ค่าใช้จ่ายในการมาเรียนต่อออสเตรเลีย

เข้าเรื่องสำคัญ”ค่าใช้จ่าย” ซึ่งจะแจกแจงเป็นส่วนๆไป และค่าใช้จ่ายที่ยกมานี้เป็นเพียงตัวเลขโดยประมาณคร่าวๆเพียงเพื่อให้ผู้อ่านได้มีไอเดียเท่านั้นเอง เพราะในความเป็นจริงแล้วมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายเหล่านี้

    1. ค่าวีซ่านักเรียน แน่นอน เราจะมาเรียนต่อที่ออสเตรเลียดังนั้นเราก็ต้องขอวีซ่านักเรียน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 ค่าวีซ่านักเรียนจะอยู่ที่ $535 โดยสามารถจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค หรือแบงค์ดราฟ ซึ่งไม่สามารถขอคืนเงินได้ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม
    2. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ อยู่ระหว่าง $800 – $1,400 สำหรับชั้นประหยัด ขึ้นอยู่กับสายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
    3. ค่าเรียน และค่าสมัครเรียน (อ้างอิง: Study in Australia )
      • ค่าสมัครประมาณ $150-$200
      • เรียนภาษา เริ่มต้นที่ $165ต่อสัปดาห์
      • เรียนระดับมัธยมศึกษา ประมาณ $6,000 – $30,000 ต่อปี
      • เรียนระดับ Certificate/Diploma (Vocational Education and Training – VET) ประมาณ $5,000-$20,000 ต่อหลักสูตรขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน
      • เรียนหลักสูตรที่เทฟ (TAFE) ประมาณ $5,500 – $18,000  ต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน
      • เรียนระดับปริญญาตรี ประมาณ $14,000-$35,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน
        สาขามนุษยศาสตร์ ประมาณ $52,388 ต่อปี
        สาขาวิทยาศาสตร์ ประมาณ $63,076 ต่อปี
        สาขาธุรกิจและการจัดการ ประมาณ $53,503 ต่อปี
      • เรียนระดับปริญญาโท ประมาณ $15,000-$36,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน
      • เรียนระดับปริญญาเอก ประมาณ $15,000-$36,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน
    4. ค่าประกันสุขภาพ เป็นกฎว่านักเรียนต่างชาติทุกคนจะต้องมีประกันสุขภาพ(การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติเรียกสั้น ๆ ว่า OSHC) ราวๆ $375 – $480 ต่อปี หรือน้อยกว่าหากมาเรียนไม่ถึงปี การประกันสุขภาพจะช่วยคุ้มครองคุณในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่ายาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์รวมไปถึงค่ารถพยาบาลอีกด้วย แต่ไม่รวมถึงค่าหมอฟัน จักษุแพทย์ และกายภาพบำบัด ซึ่งควรซื้อประกันเอกชนเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองในส่วนนี้ ลองตรวจสอบค่าประกันสุขภาพโดยบริษัทต่างๆตามระยะเวลาของวีซ่าของคุณที่นี่
    5. ประกันการเดินทาง ถ้าต้องการ
    6. ค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนซึ่งรวมค่าที่พักค่าอาหารและอื่นๆจิปาถะ ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างแต่อย่างน้อยควรมี $18,610 ต่อปี

      ตัวอย่างค่าที่พัก

      • แชร์ห้องนอนใหญ่(ปกติ 2-4 คน) $150/สัปดาห์
      • แชร์ห้องนอนเล็ก(ปกติ 2 คน) $150/สัปดาห์
      • แชร์ living room(ปกติ 1-2 คน) $125/สัปดาห์
      • พักกับโฮมสเตย์ $110-$270/สัปดาห์
      • พัก hostelหรือ backpacker $80-$135/สัปดาห์
      • ที่พักในมหาวิทยาลัย $80-$250/สัปดาห์

      ตัวอย่างค่าอาหาร

      • มื้อเที่ยง ราคาพิเศษ $7.50 ขึ้นไป
      • มื้อเย็น $12 ขึ้นไป
      • Dominos pizza ราคาเริ่มต้นที่ $6.95 ถ้าสั่งออนไลน์และใช้คูปองโค้ดซึ่งหาได้จากอินเตอร์เน็ตหรือสมัครสมาชิกเพื่อรับโค๊ดทุกๆสัปดาห์ พิซซ่าของโดมิโน่มีโปรโมชั่นราคาพิเศษทุกวันอังคารโดยไม่ต้องใช้คูปองอีกด้วย
      • หมูสับ กิโลละ $7 อกไก่ กิโลละ $10 น่องไก่ กิโลละ $4 ข้าวสาร $11 ต่อ 5 กิโลกรัม มาม่า $0.50 เป็นต้น

      ตัวอย่างค่าเดินทางในซิดนีย์

      • ตั๋วรถไฟเริ่มต้นที่ $3.60 สำหรับตั๋วขาเดียว ตั๋วไปกลับช่วงก่อนเวลา 9.00 น.เริ่มต้นที่ $6.80 หลังเวลา 9.00 น.เริ่มต้นที่ $4.60 ถ้าซื้อเป็นตั๋วรายสัปดาห์จะถูกกว่ามาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการเดินทาง ตรวจสอบค่าตั๋วรถไฟจากสถานีหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่ง ที่นี่
      • ตั๋วรถเมล์ ค่าตั๋วรถเมล์จะขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินทางเรียก section สำหรับขาเดียว หากเดินทาง 1-2 sections ราคา $2.10 ถ้าเดินทาง 3-5 sections ราคา $3.50 ถ้าเดินทาง 6 sections ขึ้นไปราคา $4.50 ถ้าซื้อตั๋วเป็นแบบเดินทางได้ 10 ครั้ง ราคาจะถูกลงอีก
      • ตั๋วเรือเฟอร์รี่ จะมีสองราคาตามระยะทางคือ ระยะทาง 0-9 กิโลเมตร และ ไกลกว่า 9 กิโลเมตร ราคาตั๋วขาเดียวอยู่ที่ $5.60 และ $7.00 ตามลำดับ และราคาตั๋วไปกลับ $11.20 และ $14.00 ตามลำดับ

      ตัวอย่างค่าโทรศัพท์

      • โทรศัพท์บ้าน ยกตัวอย่างโทรศัพท์บ้านโดยบริษัท Telstra โปรโมชั่นที่ถูกสุด HomeLine Budget
        1. ค่าเช่าสาย $22.95 ต่อเดือน
        2. ค่าโทร(ท้องถิ่น) 30 เซ็นต์ต่อครั้ง
        3. ค่าโทรออก(connection fee) 45 เซ็นต์ต่อครั้ง
        4. โทรเข้ามือถือ 36 เซ็นต์ต่อนาที
        5. ค่าติดตั้งสำหรับลูกค้าใหม่ $299
      • โทรศัพท์มือถือ
        1. Pre-paid ยกตัวอย่าง มือถือ Optus เติมเงิน $30 จะได้มูลค่าเครดิต $30 และโบนัสอีก $270 สำหรับใช้โทรศัพท์ทั่วไปยกเว้น VDO calling, โทรศัพท์ผ่านดาวเทียมเป็นต้น อีกทั้งได้อินเตอร์เน็ตอีก 500 Mb โดยเติมเงินครั้งหนึ่งสามารถใช้งานได้ 28 วัน บางบริษัทบางโปรโมชั่นรวมค่าโทรกลับไทยในราคาพิเศษด้วย
        2. Post-paid ขึ้นอยู่กับมือถือที่ซื้อและการใช้งาน เช่น iPhone 4S 16GB จากบริษัท Virgin Mobile สัญญาสองปี โดยจ่ายเดือนละ $54 เป็นเวลา 24 เดือนและได้เครดิต $200 และดาต้าอินเตอร์เน็ต 2GB ต่อเดือน เป็นต้น
      • บัตรโทรศัพท์สำหรับโทรกลับเมืองไทย เริ่มต้นที่ใบละ $10 เช่น บัตรโทรศัพท์ “Mr Calls” มูลค่า $10 สามารถโทรกลับเมืองไทยคุยได้นานถึง 6 ชั่วโมง 52 นาที เป็นต้น

      ตัวอย่างค่าอินเตอร์เน็ต

      • Mobile internet เช่น Dodo mobile broadband plan จ่าย $29.90 ต่อเดือนเป็นเวลา 24 เดือน ใช้อินเตอร์เน็ตได้ 5GB ต่อเดือน แถมฟรี USB Modem หรือ pre-paid อินเตอร์เน็ตของ Amaysim จ่าย $9.90 ได้ดาต้า 1GB และใช้ได้ 30 วันเป็นต้น
      • Naked broadband เช่น TPG Naked ADSL2+ Unlimited จ่าย $69.99 ต่อเดือน
      • Bundle (โทรศัพท์บ้าน + อินเตอร์เน็ต) เช่น iPrimus ADSL2+ Starter Plus 40GB จ่าย $39.95 ต่อเดือน ดาวน์โหลดช่วง 2.00น.-10.00น. ได้ 20GB และช่วงเวลาที่เหลืออีก 20GB ค่าติดตั้ง $129 ค่าโทรออกจ่ายเพิ่มต่างหาก เป็นต้น
    7. บัญชีธนาคาร ทางสถานทูตมีเกณฑ์ในการพิจารณาทุนทรัพย์ว่าเพียงพอต่อการเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศออสเตรเลียหรือไม่คร่าวๆดังนี้
      • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
      • ค่าเรียน
      • ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ (อ้างอิง: เว็บไซต์ Immigration Australiaณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2555) ทางออสเตรเลียได้ประเมินไว้คร่าวๆดังนี้
        • สำหรับผู้สมัคร $18,610 ต่อปี
        • สำหรับคู่ครองที่ต้องการติดตามผู้สมัครไปด้วย $6,515 ต่อปี
        • สำหรับบุตร 1 คน $3,720 ต่อปี
        • สำหรับบุตรคนที่สอง $2,790 ต่อปี
      • ถ้ามีบุตรในวัยเรียนอายุระหว่าง 5-18 ปีติดตามมาด้วย ค่าเรียนของบุตร $8,000 ต่อปีต่อคน

      อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างในการพิจารณาให้วีซ่านอกเหนือไปจากการแสดงว่ามีทุนทรัพย์เพียงพอต่อการไปเรียนต่อ เช่น ประวัติทางการเงินและการเข้าเมือง ประวัติการทำงานของผู้สมัครหรือผู้ที่ให้การสนับสนุนทุนทรัพย์ ที่มาของเงินที่นำมาแสดง เป็นต้น

    8. ค่าตรวจสุขภาพ ประมาณ 2000-2500 บาท

หมายเหตุ ค่าเงินบาท ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 อยู่ที่ 1AUD = 30.4058THB (อ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย)

รายละเอียดเพิ่มเติม 

ติดต่อสถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย

37 ถนนสาธรใต้ กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ 02 344 6300
โทรสาร 02 344 6593

เว็บไซต์ :

ข้อมูลจาก http://www.aboutaussie.com/index.php/study-in-australia/2-cost-of-living-and-studying-in-australia

Comments

comments

No comments yet.

Leave a Reply